รู้จัก พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าใหม่

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าปรับปรุงใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ “พาณิชย์” หนุนเอกชนจดเครื่องหมายการค้าเสียง-เพิ่มโทษหนักจำคุก 4 ปี ปรับ 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแก้ปัญหาสินค้าปลอมทั้งสุรา น้ำมันเครื่อง แชมพูในบรรจุภัณฑ์จริง

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ที่ปรับปรุงใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.นี้ โดยสาระสำคัญการแก้ไข ได้ขยายการให้ความคุ้มครองไปยังเครื่องหมายเสียง เพื่อให้สามารถรับจดทะเบียนเสียงเป็นเครื่องหมายการค้าได้ นอกเหนือจากเครื่องหมายการค้าที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาที่มีการจดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน  เช่น เสียงดนตรีจาการขายไอศกรีม เสียงเริ่มต้นรายการโทรทัศน์ เสียงเริ่มต้นรายการข่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถใช้เครื่องหมายเสียงในการส่งเสริมการตลาดและเป็นประโยชน์ต่อการแข่งขันทางการค้า

พร้อมทั้งยังกำหนดบทลงโทษสำหรับการนำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้ มาใช้บรรจุสินค้าของตนเองหรือบุคคลอื่น เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น

ทั้งนี้ พบว่าที่ผ่านมามีการระบาดของการนำสินค้าปลอมมาบรรจุในขวดหรือหีบห่อของแบรนด์สินค้าแท้ เช่น สุรา น้ำมันเครื่อง แชมพู รวมถึงผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษ

ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 คือโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นการเพิ่มโทษจากเดิมที่จะใช้กฎหมายอาญาในการดำเนินการกับผู้กระทำผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังสามารถไกล่เกลี่ยยอมความได้

“การใช้กฎหมายฉบับใหม่ ถือเป็นการดูแลผู้บริโภค ซึ่งพบว่ามีการระบาดของการจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก เช่น เหล้า ล่าสุดตำรวจก็ได้ดำเนินการจับกุมแหล่งผลิตปลอมแปลงเหล้าไป 2,000 ขวด โดยยี่ห้อที่มักถูกปลอมแปลงคือแบล็ก เลเบิ้ล และเรด เลเบิ้ล ส่วนไวน์ก็มีการปลอมแปลงโดยนำไวน์ Bin 2 มาติดฉลากเป็น Bin 389 เพื่อให้ขายได้ราคาสูงขึ้น เป็นต้น ดังนั้นเชื่อว่าการใช้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการป้องปรามและทำการปลอมแปลงหีบห่อสินค้าลดลง” นางนันทวัลย์กล่าว

นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีความชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้นรวมทั้งการลดขั้นตอน การวินิจฉัยอุทธรณ์จาก 90 วัน เหลือ 60 วัน และการปรับปรุงค่าธรรมเนียมท้ายกฎหมายให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวทุกรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมคำคัดค้านเดิมฉบับละ 1,000 บาท เป็นฉบับละ 2,000 บาท

และเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกไทยในการยื่นจดเครื่องหมายการค้า ไปยังสมาชิกอีก 97 ประเทศ โดยหลังจากนี้กรมจะเร่งออกพระราชกฤษฏีกา เพื่อบังคับใช้ต่อไป

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1469697282

error: Content is protected !!