เครื่องหมายการค้าติดคำสั่งปฏิเสธ? รับยื่นอุทธรณ์เครื่องหมายการค้า

dip600
.

การสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างมั่นคง จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อคุ้มครองสิทธิในโลโก้ หรือสัญลักษณ์ของธุรกิจคุณ แต่บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการต้องเจอกับข่าวร้าย เมื่อเปิดจดหมายจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้วพบ “คำสั่งปฏิเสธการรับจดทะเบียนจากนายทะเบียน”

ไม่ว่าจะเป็นข้อหาลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น เครื่องหมายไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ (เช่น ใช้คำสามัญที่เล็งถึงลักษณะสินค้าตรงๆ) หรือเป็นคำต้องห้ามตามกฎหมาย

หากแบรนด์ของคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ อย่าเพิ่งถอดใจในฐานะนักกฎหมาย นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายที่เรียกว่าการ ยื่นอุทธรณ์เครื่องหมายการค้า เพื่อทวงคืนสิทธิในแบรนด์ของคุณกลับมา

ทำไมต้อง “ยื่นอุทธรณ์เครื่องหมายการค้า” ภายใน 60 วัน?
เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งปฏิเสธการจดทะเบียน กฎหมาย (พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า) เปิดช่องให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถคัดค้านดุลพินิจนั้นได้ โดยต้องทำเรื่อง ยื่นอุทธรณ์เครื่องหมายการค้า ต่อ คณะกรรมการอุทธรณ์

อายุความในการยื่นอุทธรณ์คือ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง จากนายทะเบียน หากปล่อยให้เลยกำหนดเพียงแค่วันเดียว กฎหมายจะถือว่าคุณ “ละทิ้งคำขอ” ทันที และโลโก้หรือชื่อแบรนด์นั้นจะไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้อีก ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อการโดนคู่แข่งชิงตัดหน้าจดทะเบียนไปก่อน

แทคติกการเขียนอุทธรณ์ในมุมมองนักกฎหมาย สู้แบบไหนให้มีโอกาสชนะ?
การเขียนคำอุทธรณ์ไม่ใช่แค่การไปอ้อนวอนขอความเห็นใจ หรือเขียนอธิบายลอยๆ ว่า “แบรนด์เราตั้งใจทำมานาน” นายทะเบียนและคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาบนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นหลัก ดังนั้น การทำคำอุทธรณ์ให้มีน้ำหนักจึงต้องอาศัยเทคนิคทางกฎหมาย

1. การแก้ต่างเรื่อง “ลักษณะบ่งเฉพาะ” ตัวอย่างเช่น
หากโดนปฏิเสธเพราะคำขอจดทะเบียนเป็นคำสามัญที่เล็งถึงลักษณะสินค้า ต้องรวบรวมหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ให้คณะกรรมการเห็นว่า แม้คำนี้จะเป็นคำทั่วไป แต่จากการที่เราใช้มาอย่างยาวนานและทุ่มงบโฆษณา ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเป็นสินค้าจากแบรนด์เรา ไม่ใช่ของคนอื่น

2. การแก้ต่างเรื่อง “ความคล้ายคลึงจนอาจทำให้ประชาชนสับสน” เช่น
ถ้าโดนปฏิเสธเพราะนายทะเบียนมองว่าไปคล้ายกับแบรนด์ที่จดไว้ก่อนแล้ว การต่อสู้ในมุมกฎหมายจะต้องนำหลัก “การพิจารณาเครื่องหมายการค้าในภาพรวม” มาจำแนก โดยเปรียบเทียบทั้ง

รูปภาพและองค์ประกอบศิลป์ : โทนสี ฟอนต์ ตัวอักษร การจัดวาง

สำเนียงเรียกขาน : การออกเสียง เสียงสั้น-ยาว คำแปล

ช่องทางการจัดจำหน่ายและกลุ่มลูกค้า: แม้จะอยู่ในจำพวก (Class) เดียวกัน แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นคนละกลุ่ม หรือขายคนละช่องทาง ก็สามารถนำมาใช้อ้างอิงเพื่อลดโอกาสสับสนได้

ทำไมการจ้างนักกฎหมายยื่นอุทธรณ์ จึงคุ้มค่ากว่าทำเอง?
ผู้ประกอบการหลายท่านพยายามเขียนคำอุทธรณ์ด้วยตัวเอง แต่อาจขาดประสบการณ์ในการอ้างอิง แนวคำพิพากษาศาลฎีกา หรือ แนววินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ในอดีต ที่เคยมีบรรทัดฐานในเคสที่คล้ายกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ “อาวุธหนัก” ที่นักกฎหมายใช้ในการหักล้างดุลพินิจของนายทะเบียน

การให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้ดำเนินการ ช่วยเพิ่มโอกาสชนะคดี ประหยัดเวลา และเซฟมูลค่าทางการค้าของแบรนด์ที่คุณสร้างมากับมือ ไม่ให้กลายเป็นศูนย์

หากคุณได้รับหนังสือคำสั่งปฏิเสธ และต้องการให้เราดูแลการ ยื่นอุทธรณ์เครื่องหมายการค้า นี่คือขั้นตอนสั้นๆ ที่เราจะช่วยคุณ

ประเมินโอกาสชนะ : ส่งหนังสือคำสั่งนายทะเบียนมาให้เราวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน ฟรี! เพื่อดูแนวทางว่ามีช่องว่างทางกฎหมายใดที่จะสู้ได้บ้าง

รวบรวมพยานหลักฐาน : ทีมงานจะแนะนำและช่วยคุณคัดเลือกหลักฐานการใช้เครื่องหมายการค้า หลักฐานทางการตลาดที่มีน้ำหนักในชั้นศาลและชั้นคณะกรรมการ

จัดทำและยื่นคำอุทธรณ์ : นักกฎหมายเขียนคำอุทธรณ์ตามหลักการทางกฎหมายอย่างรัดกุม พร้อมยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในกำหนดเวลา

อย่าปล่อยให้เวลา 60 วันหลุดลอยไปพร้อมกับสิทธิในแบรนด์ของคุณ หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการยื่นอุทธรณ์เครื่องหมายการค้า สามารถทักเข้ามาพูดคุยกับเราได้ทันที

dip600
error: Content is protected !!