
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังสร้างแบรนด์ การทำใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ และหนึ่งในต้นทุนที่มองข้ามไม่ได้เลยคือการสร้างความคุ้มครองทางกฎหมายให้กับแบรนด์ของคุณ แต่หลายคนยังคงสับสนว่าในการ จดเครื่องหมายการค้า นั้น มีโครงสร้างราคาและค่าธรรมเนียมอย่างไร? คำว่า “คิดตามจำพวก” หรือ “คิดตามรายการสินค้า” คืออะไรกันแน่?
เราจะพาไปเจาะลึกโครงสร้าง ค่าธรรมเนียม ตามเกณฑ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้คุณคำนวณงบประมาณได้อย่างแม่นยำและวางแผนปกป้องสิทธิ์ในตัวแบรนด์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดครับ
1. ทำความเข้าใจก่อนยื่น “จำพวก” VS “รายการสินค้า/บริการ” คืออะไร?
ก่อนจะไปดูตัวเลขมาทำความเข้าใจโครงสร้างการแบ่งหมวดหมู่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญากันก่อน ซึ่งระบบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลักๆ คือ
จำพวก (Class) เปรียบเสมือน “หมวดหมู่ใหญ่” ของธุรกิจ ปัจจุบันตามจำแนกสากล (Nice Classification) มีทั้งหมด 45 จำพวก (จำพวกที่ 1-34 เป็นสินค้า เช่น เสื้อผ้า อาหาร เครื่องสำอาง และจำพวกที่ 35-45 เป็นบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าออนไลน์ โรงแรม)
รายการสินค้าหรือบริการ (Items) เปรียบเสมือน “สินค้าหรือบริการย่อย” ที่ระบุอยู่ภายใต้หมวดหมู่ใหญ่นั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณจดทะเบียนในจำพวกที่ 25 (เสื้อผ้าสำเร็จรูป) รายการสินค้าย่อยของคุณอาจประกอบไปด้วย เสื้อยืด, กางเกงยีนส์, หมวก, และถุงเท้า เป็นต้น
สำคัญมาก ค่าธรรมเนียมในการ จดเครื่องหมายการค้า จะถูกคำนวณแยกกันในแต่ละจำพวก หากแบรนด์ของคุณทำทั้งผลิตเสื้อผ้าขาย (จำพวก 25) และเปิดร้านค้าปลีกออนไลน์ด้วย (จำพวก 35) จะถือว่าเป็นการยื่นคำขอ 2 จำพวก ซึ่งต้องคิดค่าธรรมเนียมแยกจากกัน
2. เจาะลึกอัตรา ค่าธรรมเนียม จดเครื่องหมายการค้า (อัปเดตล่าสุด)
ค่าธรรมเนียมของรัฐฯ ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายในประเทศ จะถูกแบ่งจ่ายเป็น 2 ช่วงตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยแบ่งเกณฑ์ราคาง่ายๆ ตาม “จำนวนรายการสินค้า” ดังนี้
แบบที่ 1 รายการสินค้า/บริการ “ไม่เกิน 5 รายการ” ต่อ 1 จำพวก
วิธีนี้จะคิดราคาแบบ “รายรายการ” ยิ่งระบุรายการน้อย ค่าธรรมเนียมก็ยิ่งถูก เหมาะกับธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจงชัดเจน
ช่วงที่ 1 ชำระตอนยื่นคำขอจดทะเบียน คิดรายการละ 1,000 บาท
ช่วงที่ 2 ชำระเมื่อนายทะเบียนอนุมัติรับจดทะเบียน (หลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว)
คิดรายการละ 600 บาท
รวมค่าธรรมเนียมต่อ 1 รายการ 1,600 บาท
(ตัวอย่าง: หากจด 1 จำพวก มีสินค้า 3 รายการ จะเสียค่าธรรมเนียมรวมตลอดกระบวนการ 4,800 บาท)
แบบที่ 2 รายการสินค้า/บริการ “มากกว่า 5 รายการขึ้นไป” ต่อ 1 จำพวก
หากแบรนด์ของคุณมีสินค้าหลากหลายประเภทในหมวดนั้นๆ (เช่น ในหมวดเครื่องสำอาง มีทั้งครีม โลชั่น ลิปสติก แชมพู แป้งพัฟ สบู่ ฯลฯ รวมแล้วเกิน 5 รายการ) ค่าธรรมเนียมจะปรับไปคิดราคาแบบ “เหมาจ่ายต่อจำพวก” ทันที ซึ่งจะระบุสินค้าได้สูงสุด
ช่วงที่ 1 ชำระตอนยื่นคำขอจดทะเบียน
คิดเหมาจ่ายจำพวกละ 9,000 บาท
ช่วงที่ 2 ชำระเมื่อนายทะเบียนอนุมัติรับจดทะเบียน
คิดเหมาจ่ายจำพวกละ 5,400 บาท
รวมค่าธรรมเนียมเหมาจ่ายต่อ 1 จำพวก: 14,400 บาท
การคำนวณต้นทุนในการ จดเครื่องหมายการค้า คีย์เวิร์ดสำคัญคือการคัดเลือกเฉพาะสินค้าที่คุณ “ขายจริง” หรือ “กำลังจะทำตลาดในเร็ววัน” หากแบรนด์เพิ่งเริ่มต้นและมีสินค้าไม่เกิน 5 รายการ การจดแบบระบุรายรายการ จ่ายสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาทต่อจำพวก จะช่วยเซฟงบประมาณไปได้มาก
แต่ถ้าคุณเป็นแบรนด์ใหญ่ที่มีสินค้าในหมวดนั้นเป็นสิบๆ ชนิด การเลือกจ่ายแบบเหมาจำพวก 14,400 บาท ก็จะคุ้มค่าและให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นอัตราของทางราชการเท่านั้น หากผู้ประกอบการเลือกใช้บริการทนายความหรือบริษัทตัวแทน ก็จะมีส่วนของค่าบริการวิเคราะห์และดำเนินการเพิ่มเติมแยกต่างหาก ซึ่งต้องนำมาบวกลบคำนวณในงบประมาณรวมของธุรกิจด้วย

