
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยสถิติการยื่นคำขอรับความคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ระหว่างเดือนมกราคม–สิงหาคม พบว่ามีการยื่นคำขอรวม 53,794 คำขอ เพิ่มขึ้น 10.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 48,715 คำขอ
ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมทรัพย์สินทางปัญญาหลัก 4 ประเภท ได้แก่ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ สะท้อนถึงความต้องการของผู้ประกอบการ นักวิจัย นักสร้างสรรค์ และเจ้าของธุรกิจในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและสร้างมูลค่าให้กับผลงานของตน
รับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม 7.88%
ในส่วนของสถิติการรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า เพิ่มขึ้นในทุกประเภท โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญารับจดทะเบียนรวม 39,096 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 7.88% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 36,241 ฉบับ/รายการ
การเพิ่มขึ้นของทั้งจำนวนคำขอและการรับจดทะเบียน แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิสำหรับธุรกิจและผู้สร้างสรรค์ผลงาน
เครื่องหมายการค้า ยื่นคำขอ 40,360 คำขอ
สำหรับ เครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการยื่นคำขอจำนวนมาก ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 40,360 คำขอ เพิ่มขึ้น 12.05% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 36,021 คำขอ
กลุ่มสินค้าและบริการที่ยื่นขอมากที่สุด ได้แก่ บริการด้านค้าปลีก การขายและการตลาด, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการรักษาโรค, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม, เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์จากพืช ธัญพืช และเครื่องปรุงอาหาร
ขณะที่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอยู่ที่ 28,944 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 2.62% จาก 28,204 เครื่องหมายในช่วงเดียวกันของปี 2568
แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น 67.11%
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคือ ลิขสิทธิ์ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร เนื่องจากเจ้าของผลงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยไม่ต้องจดทะเบียนตั้งแต่สร้างสรรค์ผลงาน
อย่างไรก็ตาม เจ้าของผลงานสามารถ แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลงานไว้เป็นหลักฐานได้
ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์จำนวน 14,811 รายการ เพิ่มขึ้นถึง 67.11% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 8,863 รายการ
IP ไม่ใช่แค่การคุ้มครอง แต่สร้างมูลค่าธุรกิจ
ตัวเลขในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนว่าทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทย ทั้งการ สร้างแบรนด์ ปกป้องชื่อและโลโก้ คุ้มครองนวัตกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ และผลงานสร้างสรรค์
สำหรับผู้ประกอบการ การวางแผนด้านทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่เริ่มต้นจึงมีความสำคัญ เพราะ IP สามารถพัฒนาเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่า เพิ่มความน่าเชื่อถือ และต่อยอดทางธุรกิจได้ในระยะยาว

