
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยสถิติการยื่นคำขอและจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 พบว่ามีการยื่นคำขอทั้งสิ้น 40,360 คำขอ เพิ่มขึ้น 12.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 36,021 คำขอ สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างและปกป้องแบรนด์ในภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
5 กลุ่มสินค้ายื่นขอเครื่องหมายการค้ามากที่สุด
กลุ่มสินค้าและบริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 4,878 คำขอ
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรทางการแพทย์ 4,784 คำขอ
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 4,530 คำขอ
เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3,645 คำขอ
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 3,160 คำขอ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเครื่องหมายการค้าเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่การค้าปลีก สุขภาพและความงาม ไปจนถึงสินค้าเทคโนโลยีและอาหาร
คนไทยยื่น 55% ต่างชาติ 45%
ในด้านสัญชาติของผู้ยื่นคำขอ พบว่า ผู้ยื่นคำขอชาวไทยมีสัดส่วน 55% ขณะที่ผู้ยื่นคำขอจากต่างชาติมีสัดส่วน 45%
ขณะที่ผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 172 คำขอ, บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 160 คำขอ, บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 155 คำขอ, บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด 94 คำขอ และ บริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ
ทั้งนี้ บริษัทที่อยู่ในอันดับ 1-3 และอันดับ 5 เป็นบริษัทด้านเคมีเกษตรครบวงจรของไทย
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิ่ม 2.62%
สำหรับจำนวนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 28,944 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 2.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 28,204 เครื่องหมาย
การเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของการยื่นคำขอและการจดทะเบียน สะท้อนถึงบทบาทของ ทรัพย์สินทางปัญญา ในการสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ และการรักษาสิทธิในชื่อแบรนด์ โลโก้ และเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าและบริการ
จดเครื่องหมายการค้า ปกป้องแบรนด์ตั้งแต่ต้น
สำหรับผู้ประกอบการ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการสร้างแบรนด์ เพราะชื่อและโลโก้สามารถกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าของธุรกิจในระยะยาว
ก่อนยื่นคำขอ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเครื่องหมายที่ต้องการใช้ รวมถึงพิจารณาความคล้ายกับเครื่องหมายที่มีอยู่แล้ว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการยื่นคำขอและการดำเนินธุรกิจในอนาคต
ตัวเลข 8 เดือนแรกปี 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า เครื่องหมายการค้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจดทะเบียน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และต่อยอดมูลค่าทางธุรกิจ

